ข้อดีของการเรียนภาษาที่อเมริกา

  • นักเรียนจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมที่หลากหลาย อเมริกาเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ จึงทำให้มีผู้คนที่เข้ามาอยู่อาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติ
  • การศึกษาของประเทศอเมริกาอยู่ในระดับแนวหน้า ซึ่งประเทศต่าง ๆ ให้การยอมรับ อีกทั้งยังมีสถาบันที่มีชื่อเสียงมาก ยกตัวอย่าง เช่น Harvard University, MIT, Stanford University
  • มีโอกาสได้เรียนรู้วัฒนธรรม เทคโนโลยีของอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่มีความเจริญอันดันต้นๆ ของโลก และแลกเปลี่ยนแนวความคิด เพื่อเป็นประสบการณ์ในการประยุกต์ใช้ในอนาคต
  • มีภูมิศาสตร์ และภูมิประเทศที่หลากหลาย สามารถเลือกรัฐที่อยากจะเรียนได้ตามความเหมาะสมของงบประมาณ ความชอบ และเหตุผลทางด้านภูมิอากาศ
  • ประเทศอเมริกามีระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมโยงกันทั่วประเทศ ดังนั้น การเดินทางจึงง่าย สะดวกและรวดเร็ว
  • มีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งเชิงประวัติศาสตร์, ธรรมชาติ, ห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่ถนนคนเดิน และอีกมากมาย เหมาะกับคนที่ชอบชอปปิ้ง มีแบรนด์ดังๆที่เป็นแบรนด์ของทางอเมริกามากมาย
  • ได้ภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันที่แท้จริง เนื่องจากสำเนียงสไตล์อเมริกันมีทั้งเสน่ห์และความไพเราะ อีกทั้งยังมีความคุ้นหูจากที่เคยได้เรียนในโรงเรียนกับคุณครูต่างชาติที่เป็นอเมริกัน

ประเภทหลักสูตร เรียนภาษาที่อเมริกา

  • หลักสูตรภาษาอังกฤษทั่วไป (General English)
    หลักสูตรนี้มีเนื้อหาการเรียนการสอนที่ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป มีจำนวนชั่วโมงเฉลี่ยที่ 15 – 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งหลักสูตรนี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น (Intensive English)
    หลักสูตรนี้มีเนื้อหาการเรียนเหมือนกับ หลักสูตร General English แตกต่างกันที่มีจำนวนชั่วโมงเรียนมากกว่าเฉลี่ยที่ 25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งหลักสูตรนี้เป็นที่นิยมสำหรับนักเรียนไทย
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ (English for Academic Purposes)
    เน้นการเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นไปเช่น ระดับมหาวิทยาลัย หรือ ระดับการศึกษา และฝึกอบรมวิชาชีพ
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษเฉพาะทาง (English for Specific Purposes)
    เน้นการสอนภาษาอังกฤษที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในสาขาอาชีพต่าง ๆ เฉพาะด้าน เช่น การบิน, ธุรกิจ หรือ พยาบาล เป็นต้น
  • หลักสูตรเตรียมสอบ IELTS/TOEFL
    หลักสูตรนี้ช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะเพื่อใช้ในการสอบ สอนการใช้เทคนิคอย่างครอบคลุมและการใช้เวลาทำข้อสอบให้ครบถ้วนตามเวลาที่กำหนด รวมถึงเจาะลึกทุกส่วนของข้อสอบและฝึกให้นักเรียนทำข้อสอบได้อย่างชำนาญ

เมืองที่นิยม

วอชิงตันดีซี (Washington, District of Columbia)

เรียกง่ายๆ ว่า Washington หรือ D.C. เป็นเมืองหลวงของอเมริกา เป็นเขตปกครองพิเศษที่ก่อตั้งขึ้นหลังจากการปฏิวัติตั้งตามชื่อ George Washington ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา Washington ติดกับรัฐ Maryland และ Virginia อยู่ในเขตฝั่งซ้ายของ Potomac River ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญมากมาย มีการจัดวางผังเมืองมีความโดดเด่น คือ ถนนที่แผ่กระจายออกมาจากแนวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำให้มีภูมิทัศน์เป็นพื้นที่เปิดโล่ง โดยใจกลางเป็นที่ตั้งของ Washington Monument  แบ่งออกเป็น 4เขต โดยมีแกนทั้งสี่ทิศอยู่ที่ U.S. Capitol Washington ในเมืองยังมีอนุสาวรีย์และที่เที่ยวมากมาย เป็นที่ตั้งของสถานทูตประมาณ 200 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศหลายองค์กร ด้วยเหตุผลนี้ จึงทำให้ Washington เป็นเมืองที่น่าอยู่ มีความปลอดภัยสูง ระเบียบเรียบร้อย สะอาด และไม่ค่อยวุ่นวาย

  • อุณหภูมิ : Summer (มิ.ย. – ส.ค.) ประมาณ 20-32 องศาเซลเซียส / Autumn (ก.ย. – พ.ย.) ประมาณ 5-28 องศาเซลเซียส / Winter (ธ.ค. – ก.พ.) ประมาณ (-1)-11 องศาเซลเซียส / Spring (มี.ค. – พ.ค.) ประมาณ 4-25 องศาเซลเซียส
  • ฝน : Washington D.C. จัดเป็นเมืองที่มีฝนตกชุกเมืองหนึ่ง ซึ่งตกกันทุกเดือนตลอดทั้งปี โดยตั้งแต่เดือนธันวาคม ไปถึงเดือนสิงหาคมของปีถัดไป โดยเฉลี่ยแล้วในสามวันจะมีฝนตกหนึ่งวันเลยทีเดียว
  • เวลา : วอชิงตัน ดีซี เวลาจะช้ากว่าเมืองไทย 11 ชั่วโมง
  • ระบบขนส่ง : มีรถไฟฟ้า หรือ Subway , รถเมล์ การเดินทางสะดวกปลอดภัย
  • ค่าครองชีพ : ระดับปานกลาง (ค่าเช่าประมาณ 600 – 750 USD ต่อเดือน)
  • สนามบิน : Washington Dulles International Airport, Ronald Reagan Washington National Airport, BWI Marshall Airport

สถาบันแนะนำ


นครนิวยอร์ก หรือที่นิยมเรียกกันว่า นิวยอร์กซิตี้ ( New York City; NYC)

เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาเป็นเมืองที่เจริญที่สุดในโลก เป็นมหานครเอกของโลก จัดได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการเงินวัฒนธรรมบันเทิงที่สำคัญที่สุดของโลกเป็นเมืองที่มีตึกระฟ้าตึกสูงมาก ตลอดระยะเวลา 150 ปี และยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ

นิวยอร์กเป็นเมืองที่เป็นที่นิยมที่สุดแห่งหนึ่งของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการไปเรียน หรือไปเที่ยว เป็นเมืองที่เป็นสังคมเมืองแบบสุดๆ มีกิจกรรมให้ทำกันทั้งวันทั้งคืน มีEventระดับโลก และคอนเสิร์ตต่างๆตลอดทั้งปี นิวยอร์กมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้นิวยอร์กมีความพิเศษที่ใช้ภาษาอักฤษเป็นหลักก็จริงแต่ว่ายังมีภาษาอื่นๆอีกกว่า 800 ภาษา ที่น่าสนใจคือคนทุกคนอยู่ กิน ทำงาน มีชีวิตอยู่ด้วยกัน และค้นหาอนาคตามความเชื่อของตัวเองในเมืองเดียวกันนี้ที่ชื่อ New York City เวลานึกถึงนิวยอร์คเราจะนึกถึง ละครเวที Broadway, ศูนย์กลางการเงินของโลก, Time Square, Empire State Building, อาหารจากทุกมุมโลก, Subway, รถติด, Central Park, The Rock, Homeless, งานศิลปะ และที่สำคัญที่สุดคือความรู้สึกที่ว่า “อะไรก็เกิดขึ้นได้ใน New York”

  • อุณหภูมิ : New York มี 4 ฤดูกาล โดยในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิจะติดลบไม่สูงกว่า 5 องศาเซลเซียส ฤดูใบไม้ผลิจะมีอุณหภูมิ 13-20 องศาเซลเซียส ในช่วงฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิ 28-19 องศาเซลเซียส และช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมีอุณหภูมิ 6-22 องศาเซลเซียส
  • ฝน : มีฝนตกบ้างเนื่องจากเป็นเขตชื้นกึ่งเขตร้อน
  • เวลา : ช้ากว่าประเทศไทย 12 ชั่วโมง
  • ค่าครองชีพ : สูง (ค่าที่พักประมาณ 700 – 1200 USD ต่อเดือน)
  • สนามบิน : John F. Kennedy International Airport, LaGuardia Airport ,Newark Liberty International Airport

สถาบันแนะนำ


บอสตัน (Boston)

Boston เรียกได้ว่าเป็นเมืองหนึ่งที่มีความเก่าแก่ และมีวัฒนธรรมที่สำคัญในประเทศอเมริกา ธุรกิจต่างๆที่สำคัญในบอสตัน คือ  สถาบันการศึกษา สถานพยาบาล การเงิน และเทคโนโลยี อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญแห่งหนึ่งในอเมริกา เนื่องจากเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยกว่า 100 แห่งในเมืองบอสตัน โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

  • อุณหภูมิ : บอสตันมี 4 ฤดูกาล โดยในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิจะติดลบ 6-2 องศา ฤดูใบไม้ผลิจะมีอุณหภูมิ 8-10 องศา ในช่วงฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิ 20-30 องศา และช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมีอุณหภูมิ 15-23 องศา
  • เวลา : ช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 11 ชั่วโมง
  • สนามบิน : Boston Logan International Airport

สถาบันแนะนำ


ซีแเอทเทิล (Seattle)

Seattle อยู่ทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ Washington ติดกับประเทศแคนาดา พูดแค่นี้คงรู้แล้วว่าอากาศจะมาทางหนาวๆหน่อย และมีฝนตกทั้งปี เมือง Seattle เป็นเมืองที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่เหมือนกับ New York หรือ San Francisco แต่ว่า Downtown ก็จัดได้ว่ามีลักษณะเป็นเมืองใหญ่ที่มีทุกอย่าง มี Shopping Centre ทั้งเล็กใหญ่กว่า 20 ที่ ที่น่าสนใจที่สุดน่าจะเป็น Pacific Place, ร้านอาหารมากมายหลายระดับราคา, สวนสาธรณะ, ชายหาด, ท่าเรือ, Super Market, และอื่นๆ งานศิลปะและดนตรีเป็นหัวใจอีกอย่างนึงที่สำคัญมากๆของที่ Seattle เรียกได้ว่าเป็นจิตวิญาณของเมืองเลยทีเดียว โดยเฉพาะที่เมืองนี้เป็นต้นกำเนิดของวงดนตรีดังหลายวง และมีงาน Event เรื่องดนตรี และดนตรีตลอดทั้งปี ถ้าให้คำจำกัดความกับ Seattle คงจะบอกได้ว่าเป็นที่มีมหาสมุทร, ดนตรี, ศิลปะ, ฝน, ธรรมชาติ และเมืองอยู่ด้วยกันอย่างลงตัว (ลืมไปอีกอย่าง Seafood ที่นี่ ไม่ควรพลาดเด็ดขาด)

  • อุณหภูมิ : ซีแอตเทิลมี 4 ฤดูกาล โดยในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิจะติดลบ 2-7 องศา ฤดูใบไม้ผลิจะมีอุณหภูมิ 10-18 องศา ในช่วงฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิ 15-25 องศา และช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมีอุณหภูมิ 10-18 องศา (มีฝนปรอยๆตกตลอดทั้งปี)
  • เวลา : ช้ากว่าประเทศไทย 14 ชั่วโมง (บ่าย 2 ของเราคือเที่ยงคืนวันก่อนของ Seattle)
  • ค่าครองชีพ: สูงปานกลาง (ค่าใช้จ่ายประมาณ 500 – 750 USD/เดือน)
  • สนามบิน : Seattle-Tacoma International Airport

สถาบันแนะนำ


ลอสแอนเจอลิส (Los Angeles)

Los Angeles หรือ L.A. เป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกา อยู่ทางด้านตะวันตกของอเมริกา ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมือง L.A. เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่และกว้างมาก รวมทั้งมีย่านที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ที่เรารู้จักกันดีเช่น Hollywood, Downtown, Long Beach, Venice, Beverly Hills เป็นต้น สถานที่ๆน้องๆอาจจะคุ้นชื่อกันเช่น Disneyland, Universal Studio มีแหล่งช้อปปิ้งสุดหรูอย่าง เช่น Rodeo Drive และ Beverly Hills สำหรับน้องๆ เด็กไทยที่ไปเรียนกันใน L.A. แล้วนึกถึงอาหารไทย และบรรยากาศแบบไทยๆ ที่ LA จะมี Thai’s Town ที่เป็นชุมชนของคนไทยใน L.A. ด้วย ซึ่งจะอยู่ใกล้ๆกับเขต Hollywood

  • อุณหภูมิ : สภาพอากาศของ L.A. ถือได้ว่าเป็นเมืองที่อากาศดีเกือบทั้งปี ในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิประมาณ 22 – 30 องศา ในช่วงเดือน ส่วนฤดูหนาว อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 9 องศา ส่วนช่วงใบไม้ร่วง และ ใบไม้ผลิ อากาศค่อนข้างคล้ายกันคือ ประมาณ 12 – 23 องศา
  • ฝน : ที่ LA ฝนจะไม่ตกเป็นฤดูกาล ลักษณะคล้ายๆ กับเมืองทางตอนใต้ของแคลิฟอเนียอย่าง San Diego โดยเดือนที่มีโอกาสที่จะเจอฝนมากที่สุดคือช่วงเดือน พฤจิกายน – มีนาคม แต่ก็อาจจะมีพายุ และฝนตกเข้าได้ตลอดทั้งปี
  • เวลา : ช้ากว่าประเทศไทย 14-15 ชั่วโมง
  • ค่าครองชีพ : ปานกลางถึงสูง (ค่าเช่าประมาณ 650 – 900 USD ต่อเดือน)
  • สนามบิน : Los Angeles International Airport

สถาบันแนะนำ


ซานฟรานซิสโก (San Francisco)

San Francisco นั้นเป็นเขตเล็กๆเขตหนึ่ง ซึ่งเขตเล็กๆแต่ละเขตเราจะเรียกว่า County ส่วนที่ชื่อ San Francisco Bayside ซึ่งประกอบไปด้วย 9 Counties ด้วยกันโดยเขตที่สำคัญๆคือ San Francisco City ซึ่งมีสถานที่ต่างๆที่เราจะเคยเห็นในภาพยนตร์ หรือละคร เช่น สะพาน Golden Gate เป็นต้น เขตนี้มีคนอยู่หลากหลายมาก เรียกได้ว่าไม่แพ้นิวยอร์คเลยทีเดียวทั้ง นักเรียน คนทำงาน คนต่างชาติ นักท่องเที่ยว Homeless ดังนั้นก็เหมือนเมืองใหญ่ทั่วๆไป (รวมทั้งกรุงเทพด้วย) คือเราต้องรู้จักระวังตัว หลายๆคนมักจะเอา San Francisco เปรียบเทียบกับ New York ว่าเป็นเมืองใหญ่เหมือนกันแต่คนที่นี่จะเป็นมิตรกว่า อากาศที่นี่อุ่นกว่า และคงที่กว่ามาก

  • อุณหภูมิ :  ซานฟราน ถือได้ว่าเป็นเมืองที่อากาศดีเกือบทั้งปี อุณหภูมิจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักใตแต่ละเดือน โดยทั่วไปอุณภูมิต่ำสุดจะอยู่ประมาณ 8-15 องศา และอุณหภูมิสูงสุดจะอยู่ที่ 14-22 องศา
  • ฝน : ในบริเวณบริเวณ Bay Area ฝนจะตกมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน จนถึงเดือนมีนาคมาของปีถัดไป ส่วนช่วงกลางๆปีจะมีปริมาณฝนน้อยมาก
  • เวลา : ซานฟรานซิสโกจะช้ากว่าไทยประมาณ 14-15 ชั่วโมง
  • ค่าครองชีพ : สูงมาก (ค่าเช่าประมาณ 900 – 1,300 USD ต่อเดือน)
  • สนามบิน : San Francisco International Airport

สถาบันแนะนำ