ประเทศออสเตรเลีย เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ที่น้องๆ สนใจไปศึกษาต่อ มาลองดูว่า เราไปเรียนเมืองไหนดี 

บริสเบน

บริสเบน เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในออสเตรเลีย มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญเกี่ยวกับการค้นพบทวีปออสเตรเลียมาตั้งแต่อดีต แต่นั้นคงไม่สำคัญเท่ากับปัจจุบัน ที่มันกลายเป็นหนึ่งในเมืองที่นักท่องเที่ยวหลงรัก มีความเป็นตากอากาศ และใกล้กับบริสเบนเอง ก็เป็นสวรรค์ของคนชอบชายหาด รวมถึงกีฬาทางน้ำ จนได้ชื่อว่าเป็น Surfers Paradise ซึ่งอยู่ในเขต Gold Coast

บริสเบนเป็นเมืองแห่งการพักตากอากาศ จังหวะชีวิตของเมืองนี้เลยคึกคักทั้งนักท่องเที่ยวและการใช้ชีวิตแบบสบายๆ เมืองนี้อนุญาตให้คุณอุ้มโคอาล่าซึ่งเหลือไม่กี่รัฐแล้วที่ให้สัมผัสได้อย่างใกล้ชิดในศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่า มีสวนสนุก Warner Bros. Movie World ให้ไปเล่นในวันหยุด หรือจะฝึกเล่นกีฬาทางน้ำก็ทำได้สบาย ชายหาดที่เมืองนี้มีความยาวถึง 70 กิโลเมตร และถึงแม้จะเป็นเมืองเล็กเมืองน้อง แต่การเดินทางในเมืองบริสเบนนั้นสะดวกสบาย ตารางรถมาตรงเวลา ประชากรในเมืองบริสเบนมีประมาณ 2.4 ล้านคน ไม่มากไม่น้อยเมื่อเทียบกับความสะดวกสบายในเมือง อากาศที่เมืองนี้ไม่ทิ้งห่างจากเมืองไทย แม้ไม่เย็นเหมือนเมืองอื่น หรือประเทศอื่น ภูมิอากาศของเมืองบริสเบนจัดเป็นกึ่งร้อนกึ่งชื้น ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีที่ 16ถึง 25 องศาเซลเซียส บริสเบนได้รับแสงแดดเฉลี่ย 8 ชั่วโมงต่อวันทั้งปีจึงทำให้เป็นเมืองที่มีอากาสอบอุ่นตลอดทั้งปี

MELBOURNE
ส่วนเมลเบิร์นเองก็ไม่น้อยหน้า มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปะวัฒธรรมจนได้ชือว่าเป็นเมืองหลวงศิลปะ ของออสเตรเลียเลยทีเดียว เมลเบิร์นเป็นส่วนผสมทีลงตัวของมนต์เสน่ห์ด้วยประวัติศาสตร์ความเป็นมาของออสเตรเลียกับศิลปะร่วมสมัยทีมีสไตส์เฉพาะตัว จึงถือเป็นอีกเมืองหนึ่งทีคนรักศิลปะควรมาเยียมเยือนสักครั้งในชีวิต ซึ่งถ้าพูดถึงในแง่ในความเหมาะสมในการไปศึกษาต่อแล้ว ก็ถือว่าเป็นเมลเบิร์นเป็นเมืองทีน่าไปเรียนต่อ
ประชากร เมลเบิร์นนั้นหลากหลายไปด้วยผู้คน ทั้งที่เข้ามาทำงาน และนักศึกษาต่างชาติที่มีเป้าหมายเดียวกัน ที่นี่คือเมืองแห่งการเรียนรู้ สถานศึกษาอย่าง University of Melbourne ก็คืออันดับหนึ่งของประเทศออสเตรเลีย พร้อมหลักสูตรที่หลากหลายมากๆ เอาเป็นว่าบินตรงจากกรุงเทพฯ แค่ 9 ชั่วโมง
 เมลเบิร์นนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสะดวกสบายของการคมนาคม มีทั้งรถไฟ รถราง และรถบัส (รถรางยังโดยสารได้ฟรีแถวๆ ใจกลางย่านเศรษฐกิจ / แหล่งช้อปปิ้งและอาหารอันหลากหลาย  มีกิจกรรมทั้งในร่มและเอ๊าท์ดอร์ที่มีให้ทำไม่ซ้ำกันแต่ละวัน รวมทั้งเทศกาลต่างๆอีกด้วย 

SYDNEY
ซิดนีย์เป็นเมืองทีมีชือเสียงมากทีสุดของออสเตรเลีย เพราะเป็นเมืองท่าเรือทีมีสัญลักษณ์สําาคัญอย่างซิดนีย์
 
โอเปร่าเฮ้าส์ เป็นเมืองทีคึกคักมีสีสัน คราครํา่าไปด้วยนักท่องเทียวตลอดทั้งปีทีเดินทางสัมผัสความหลากหลายทาง วัฒนธรรม สถานทีท่องเทียวทีมีชือเสียงระดับโลก และหาดทรายสีขาวสะอาด
 
ซิดนีย์ เป็นมหานครแห่งเศรษฐกิจและวัฒนธรรม รวมถึงเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการเรียนต่อของเด็กไทย . ซิดนีย์นั้นมีแหล่งชุมชนคนไทยอยู่เป็นจริงเป็นจัง หางานทำตามร้านอาหารไทยได้ง่ายกว่า และไม่ยากที่จะพบเจอคนไทยตามแหล่งต่างๆ แต่ถ้าใครอยากผจญภัยไปในโลกภาษาอังกฤษแบบออสซี่ ก็อาจจะต้องเลือกแหล่งแฮงก์เอ๊าท์นิดนึง
สภาพอากาศที่ซิดนีย์หน้าหนาวไม่หนาวจัด เมื่อเทียบกับเมลเบิร์น  อากาศจะหนาวสุดในเดือนกรกฎาคม และร้อนสุดช่วงต้นปี . ค่าครองชีพจะแพงสุด (แปรผันตามควาามเจริญ) แต่ระบบสาธารณูปโภค การคมนาคมอันสะดวกสบาย มีทั้งรถเมล์ รถไฟ และเฟอร์รี่ สำหรับการเดินทาง แหล่งบันเทิงครบครัน แถมยังเดินทางไปแลนด์มาร์คอย่าง โอเปร่า เฮ้าส์ และสะพานฮาร์เบอร์ได้ไม่ยาก